ข่าว Bitcoin

IMF เกลียด Bitcoin : เพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุม Bitcoin ได้

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ร่วมกับสถาบันการเงินอื่น ๆ นั้นไม่ชอบ Bitcoin อย่างจริงจัง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)คืออะไร?

IMF และธนาคารโลกเปรียบเสมือน Shaggy และ Scooby-Doo เวอร์ชันจักรวาลคู่ขนาน พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่การตัดสินใจของพวกเขาจะเป็นตัวกำหนดว่าเหตุการณ์ต่างๆบนโลกนั้นจะจบลงอย่างไร ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือไม่มีใครอยากดูรายการนี้ เนื่องจาก Shaggy และ Scoob ทำให้ค่าเงินของคุณแย่ลงเรื่อยๆ

แล้ว IMF นั้นทำอะไร ?

  • IMF ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินและให้คำแนะนำด้านนโยบายและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและการเงินทั่วโลก และช่วยให้ประเทศต่างๆ สร้างและรักษาเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

แล้วใครเป็นคนสร้าง IMF?

  • เงินกู้ของ IMF ส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มของโควตาที่สมาชิกมอบให้

และนั้นก็มีความหมายกลายๆว่าคนรวยจำนวนหนึ่งมีอิทธิพลต่อนโยบายการเงินของทั้งโลก นี่เป็นข้อมูลสาธารณะที่หาได้ง่าย และเห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้มีเหตุผลที่ต้องรักษา IMF ให้คงอยู่

THE FOURTH TURNING

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า “THE FOURTH TURNING” มันเป็นแนวคิดที่ระบุว่ามีความก้าวหน้าเป็นวัฏจักรในสังคม โดยปกติจะใช้เวลา 20 ปีหรือมากกว่านั้นในแต่ละครั้ง ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลให้เกิดวิกฤตที่โค่นล้มระบบอำนาจเก่าและนำพายุคใหม่มายังผู้คน

และมีความเป็นไปได้ว่า Bitcoin นั้นจะกลายเป็น THE FOURTH TURNING ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตของระบบเก่า โดยมันจะเข้ามาเพื่อโค่นล้มสถาบันการเงินในสมัยก่อน 

ตามเส้นทางนั้น ในช่วงสองปีที่ผ่านมา โลกได้สั่นสะเทือนจากการระบาดใหญ่ที่นำไปสู่การเสื่อมค่าของสกุลเงินทั่วโลกหลายสกุล และดอลลาร์สหรัฐก็มีความชัดเจนมาก

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม บทความหนึ่งถูกโพสต์บนบล็อกของ IMF รวมถึงข้อความอ้างอิงต่อไปนี้ : “มีหน้าต่างของโอกาสที่จะรักษาการควบคุมสภาพการเงินและการเงิน และเพื่อยกระดับการรวมตลาด การรวมกลุ่มทางการเงิน ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ผลผลิต และความสมบูรณ์ทางการเงิน”

ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป้าหมายของ IMF คือการรักษาการควบคุมผ่านธนาคารกลางในประเทศต่างๆ ธนาคารโลก และสถาบันอื่นๆ

และ Bitcoin จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้

BITCOIN แก้ไขปัญหานี้อย่างไร

Bitcoin คืออะไร?

  • Bitcoin มีการกระจายอำนาจ ไม่มีกลุ่มนักพัฒนา นักขุด หรือธุรกิจใดที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมโปรโตคอลได้ หากไม่เป็นไปตามฉันทามติ และเป็นที่เข้าใจกันว่า IMF ซึ่งจัดการปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะกลางระหว่างประเทศต่างๆ โดยการออกเงินกู้ตามสกุลเงินที่มันมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้เกิดการเสื่อมเสียมูลค่า
  • Bitcoin มีนโยบายการเงินแบบเป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบ เรารู้ว่าตอนนี้มี Bitcoin อยู่กี่เหรียญ เรารู้ว่าจะมีทั้งหมดกี่ Bitcoin และเรารู้ว่าจะออก Bitcoin ใหม่เมื่อใด เราทราบข้อมูลทั้งหมดนี้แล้ว และข้อมูลเหล่านี้ก็เปิดเผยต่อสาธารณะ การไม่สามารถควบคุมอุปทานหรือการออกนั้นเป็นข้อกังวลที่สำคัญสำหรับผู้มีอำนาจกลางที่พยายามรักษาอำนาจในระบบเดิม พวกเขาไม่สามารถควบคุมโปรโตคอลหรือระบบของ Bitcoin ได้ และพวกเขาไม่สามารถควบคุมสกุลเงินของ Bitcoin ได้เช่นกัน และนั้นก็ทำให้ผู้มีอำนาจส่วนใหญ่ไม่ชอบ Bitcoin

IMF ต้องการเริ่มต้น BITCOIN PANIC

“เงินดิจิทัลต้องได้รับการออกแบบ ควบคุม และจัดให้มีเพื่อให้รัฐบาลรักษาการควบคุมนโยบายการเงินเพื่อทำให้ราคามีเสถียรภาพ และกระแสเงินทุนจะไหลเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน” –ข้อความจาก IMF Blog

ในประโยคแรกอย่าง “เงินดิจิทัลต้องได้รับการออกแบบ” เพื่อการควบคุมของรัฐบาล กองทุนการเงินระหว่างประเทศจะอ้างว่าเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค เราได้ยินเกี่ยวกับกฎระเบียบที่กำลังจะเกิดเพื่อควบคุม Bitcoin อยู่ตลอดเวลา

และเมื่อพูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัล IMF ได้พูดโดยตรงเกี่ยวกับ Bitcoin ในโพสต์ว่า : “สินทรัพย์ที่เสถียรน้อยที่สุดซึ่งแทบจะไม่มีคุณสมบัติเป็นเงินคือสินทรัพย์ดิจิทัล (เช่น Bitcoin) ซึ่งมันจะไม่ได้รับการสนับสนุนและอยู่ภายใต้กลไกตลาด

ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับการควบคุม

อีกประเด็นหนึ่งคือ Bitcoin นั้นเกี่ยวกับการระดมทุนของ IMF ด้วย จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อองค์กรปกครองต้องการระดมทุนอย่างรวดเร็ว? ถูกต้อง พวกเขาก็ต้องออกพันธบัตรออกมา และมันจะเกิดอะไรขึ้นหากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้ผลตอบแทนที่มากขึ้นในกรอบเวลาที่สั้นลง เช่น  Stablecoins และ DeFi

“ประเทศต่างๆ มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ความต้องการของ CBDC หรือ Stablecoin ที่สำคัญอาจดูดซับส่วนแบ่งของพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราผลตอบแทน และอาจแยกสภาพคล่องของธนาคารกลางออกจากกัน ”

ทำให้การสูญเสียพันธบัตรและการสูญเสียกระแสรายได้อื่นผ่านอัตราเงินกองทุนของรัฐบาลกลางไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นจากส่วนกลางต้องการ

ไม่เพียงควบคุมแค่เงิน เพราะพวกเขาต้องการควบคุมคนด้วยย!

ในเดือนธันวาคม 2563 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้โพสต์บนบล็อกที่กล่าวถึงการใช้ประวัติเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ

“ในขณะที่ Big Tech รวบรวมข้อมูล,จัดการลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แพร่หลายและกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการออกแบบและปรับแต่งบริการทางการเงินที่ดีขึ้น พวกเขาจะรักษาส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นของส่วนเกินผู้ผลิต” –IMF ในโพสต์ “มีอะไรใหม่ใน Fintech”

กองทุนการเงินระหว่างประเทศยินดีที่จะพูดคุยกับเราทุกคนเกี่ยวกับโอกาสที่จะตรวจสอบทุกสิ่งที่เราทำบนอินเทอร์เน็ตเพื่อคำนวณความสามารถในการใช้บัตรเครดิตของเรา เพราะพวกเขาไม่ต้องการเพียงแค่เข้าถึงการเงินของคุณและควบคุมข้อมูลนั้นในตลาดโลกอีกต่อไป ตอนนี้พวกเขาต้องการควบคุมว่าคุณเป็นใครและควบคุมทุกการกระทำทางดิจิทัลที่คุณทำ

 

อ้างอิง : LINK

To Top